จดหมายถึงคนที่อยู่ไกล

เป็นเวลานานแล้วนะที่เราไม่ได้เจอกัน ผมสบายดี คุณไม่ต้องเป็นห่วงผมนะ ถึงมันจะเหงาไปบ้าง แต่ผมก็ยังทนไหว หวังว่าคุณคงสบายดีเหมือนกันนะ

เกือบปีแล้วนะที่ผมไม่ได้พบคุณ มันเป็นเวลาที่ไม่นานมาก แต่ผมรู้สึกว่ามันนานมากๆเลยสำหรับผม ชีวิตประจำวันของผมก็ยังเหมือนเดิมที่คุณเคยรู้นั่นแหละ บ้านของเราข้าวของต่างๆก็ยังเหมือนเดิม ไม่เปลี่ยนไปจากตอนที่เรายังอยู่ด้วยกันหรอก

ถึงผมจะบอกว่าเวลาที่ไม่มีคุณ มันจะผ่านไปอย่างเชื่องช้า แต่เวลาที่เราได้อยู่ด้วยกัน มันช่างผ่านไปอย่างรวดเร็วจังนะ เกือบแปดปีแล้วสินะที่เราได้รู้จักกัน คุณรู้ไหม ผมยังจำได้ดีเลยนะเราทำอะไรร่วมกันมาบ้าง หนังเรื่องแรกที่เราดูด้วยกัน สถานที่ที่เราไปเดทกันครั้งแรก หรือเรื่องอื่นๆที่เราเคยทำร่วมกันมา ผมก็คิดว่าคุณยังจำมันได้เหมือนกันใช่ไหม

คุณรู้ใช่ไหมว่าผมไม่ใช่คนที่ชอบแสดงออก ทุกอย่างที่คุณทำเพื่อผม ผมรับรู้ถึงความรู้สึกของคุณนะ ในใจผมอยากจะพูดขอบคุณคุณทุกครั้งที่คุณทำอะไรให้ผม แต่ผมก็ไม่เคยพูดมันเลย คุณก็เคยน้อยใจเรื่องนี้อยู่หลายๆครั้งใช่ไหม ผมก็รู้นะ ผมถึงได้เป็นฝ่ายง้อคุณบ่อยๆไง

จำเรื่องที่ผมขอคุณแต่งงานได้ไหม วันต่อมาคุณบอกผมว่าคุณประทับใจในสิ่งที่ผมทำ คุณบอกว่าผมเตรียมการมาได้อย่างดีมาก แต่คุณไม่รู้หรอกว่ากว่าผมจะทำมันออกมาได้ ผมก็แทบแย่เหมือนกัน ผมเลือกร้านอาหารอยู่ร่วมๆสองอาทิตย์เลยนะ กว่าจะหาร้านที่ตรงกับบรรยากาศที่ผมคิดไว้ ดอกไม้ช่อนั้นที่ผมให้คุณ ผมไปนั่งเลือกอยู่ที่ร้านอยู่หลายชั่วโมงเลย รวมไปถึงบทพูดที่คุณว่าคุณประทับใจ รุ้ไหมว่าผมนั่งท่องบทกับตัวเองอยู่เป็นอาทิตย์เลยนะ ยิ่งเวลาที่พูดขอคุณแต่งงานจริงๆน่ะ ถึงคำพูดจะดูชัดเจนฉะฉาน แต่ตอนนั้นใจผมเต้นรัวไปหมดเลย ความจริงผมก็อยากเล่าเรื่องตรงนี้ให้คุณฟังก่อนหน้านี้นะ แต่ผมก็ไม่ได้เล่าสักที

ยิ่งตอนที่ผมจะเข้าไปขอคุณกับพ่อแม่ของคุณนะ ผมยิ่งสั่นเข้าไปใหญ่ ถึงผมจะพบพ่อแม่ของคุณมาหลายครั้งแล้ว แต่เวลาอย่างนี้ มันก็อดที่จะประหม่าไม่ได้ อยากขอบคุณพ่อแม่ของคุณนะ ที่ท่านเข้าใจและไว้ใจในตัวผมในการที่จะให้มาดูแลลูกสาวของท่าน ถึงตอนนี้ผมก็ว่าผมได้ทำหน้าที่นั้นอย่างไม่บกพร่องนะ คุณว่ายังงั้นไหม

ผมลืมบอกคุณไป ไอ้เหมี่ยวก็สบายดีนะ ตอนนั้นมันอ้วนกว่าตอนที่คุณยังอยู่เสียอีก ดูเหมือนมันจะรู้นะว่าเจ้าของของมันหายไป ตั้งแต่คุณไม่อยู่ ผมมักจะได้ยินเสียงมันร้องตอนดึกๆแทบทุกคืนเลย แต่คุณไม่ต้องห่วงนะ ผมจะดูแลมันแทนคุณเอง ยังไงมันก็เป็นแมวที่คุณรักนี่ใช่ไหม ถึงแม้ว่าตอนที่คุณยังอยู่ ผมจะงอนคุณเพราะไอ้เหมี่ยวอยู่หลายครั้งก็ตาม คุณยังหัวเราะใส่ผมเลยว่าคนอะไรหึงแม้กระทั่งกับแมว

วันเกิดคุณเมื่อสองเดือนที่แล้ว ผมจัดงานวันเกิดให้คุณด้วยนะ คุณรับรู้ใช่ไหม ผมสั่งเค้กสตอร์เบอรรี่มาให้คุณ ผมจำได้นะว่าคุณเคยบอกผมว่าคุณชอบเค้กสตอร์เบอรรี่มากที่สุด ถึงแม้ว่าตอนที่คุณอยู่ ผมจะไม่เคยซื้อมาให้คุณในวันเกิดคุณเลยเพราะผมไม่ชอบกิน คุณเองก็แซวผมอยู่บ่อยๆว่าไม่รู้ใครเป็นเจ้าของวันเกิดกันแน่

คุณอ่านมาถึงตรงนี้ ผมรู้นะว่าคุณกำลังยิ้มอยู่ ผมบอกคุณบ่อยๆไงว่าผมชอบรอยยิ้มของคุณ เวลาที่คุณปล่อยผมแล้วยิ้มน่ะ สวยมากเลยนะ ถึงคุณจะไม่ใช่คนสวยแบบที่ชวนให้ผู้ชายคนอื่นหลงไหล แต่คุณก็สวยที่สุดสำหรับผมแล้วล่ะ คุณเองก็เคยบอกเหมือนกันว่าคุณก็ชอบให้ผมยิ้ม ต่างกันแค่ว่าคุณบอกว่าเวลาผมยิ้มแล้วดูเหมือนหมู คุณมองแล้วอารมณ์ดี แต่ไม่เป็นไรหรอก ถึงเวลาผมยิ้มแล้วจะเหมือนอะไรก็ตาม แต่ผมรู้ว่าคุณชอบ เวลาที่เราอยู่ด้วยกันผมถึงยิ้มให้คุณเสมอไง

ผมลืมบอกคุณไปอย่างหนึ่ง ตอนนี้ผมได้เลื่อนตำแหน่งแล้วนะ ตำแหน่งซีเนียร์ที่ผมบอกคุณตั้งแต่แต่งงานกันใหม่ๆว่าสักวันผมต้องเป็นให้ได้ คุณก็รู้ว่าคนหัวทึบอย่างผมน่ะ จะให้ก้าวหน้าในหน้าที่การงานมันก็ยากหน่อย แต่คุณก็เป็นกำลังใจให้ผมเสมอมาใช่ไหมล่ะ ในตอนที่ผมท้อ คุณยังบอกผมเลยว่า ไม่ว่าคนอื่นจะเห็นผมเป็นยังไง ผมก็เป็นคนเก่งที่สุดของคุณเสมอ เพราะกำลังใจจากคุณนั่นแหละ ที่ทำให้ผมสู้ต่อไปไหว

แต่น่าเสียดายนะ ถ้าไม่มีอุบัติเหตุในวันนั้น ป่านนี้คุณคงยังอยู่เคียงข้างผม กว่าผมจะไปถึงโรงพยาบาล หมอก็บอกให้ผมเริ่มทำใจได้แล้ว ผมยังรู้สึกได้อยู่นะ สัมผัสของมือคุณในวันนั้น คุณยังมีสติอยู่ กุมมือผม ตอนนั้นผมพูดอะไรไม่ออกหรอก มันจุกอยู่ในคอไปหมด คุณยิ้ม แล้วพูดกับผมเป็นประโยคสุดท้ายว่าให้ผมยิ้มเข้าไว้ คุณอยากเห็นใบหน้าที่ยิ้มของผม มากกว่าใบหน้าที่เสียใจ แล้วตาคุณก็ปิดลง

คุณอยู่ที่นั่นคงเหงานะ ผมเองก็เหงา แต่เพราะคำพูดของคุณ ผมเลยยังยิ้มสู้ชีวิตอยู่ได้ แต่คุณรอผมนะ อีกไม่นานหรอก ผมจะตามไป แล้วเราจะอยู่ด้วยกันอีกครั้ง ตลอดไป…

แสดงความเห็นได้ที่นี่ครับ

About Wichy

โปรแกรมเมอร์แก่ๆที่ทั้งรักทั้งเกลียดการเขียนโปรแกรม บ่นว่าเบื่อแค่ไหน แต่พอไม่ได้เขียนก็รู้สึกอะไรมันหายไป บ้าเกม คิดว่าจะเล่นไปจนวันตาย ใครจะว่าไม่สมอายุก็ช่างเนอะ อ้อ กำลังเริ่มวิถี Minimalist ทีละน้อย

View all posts by Wichy →