ราคาชีวิต

“อุ๊ย สวยจังเลย ตัวเอง มาดูนี่หน่อยเร็ว”

“ว่าไงจ๊ะที่รัก มีอะไรเหรอ”

“ตัวเองดูนี่สิ สวยจัง เค้าอยากได้อ่ะ ตัวเองซื้อให้เค้าหน่อยนะ”

“เดือนที่แล้วผมก็เพิ่งซื้อให้เองนี่ จะเอาอีกแล้วเหรอ”

“ก็มันสวยนี่นา นะ นะ ซื้อให้เค้านะ”

.
.
.
.
.
.
.
.
.
.

ผมเริ่มลืมตาขึ้นอย่างช้าๆหลังจากที่ได้สติอีกครั้ง ไม่รู้เหมือนกันว่าผมอยู่ที่ไหน แต่เป็นที่ที่ไม่คุ้นตาผมเลย ผมมองไปรอบๆ พบเพื่อนๆและครอบครัวผมอยู่ข้างๆ พวกเราถูกขังรวมกันอยู่ในกรงที่ไม่ใหญ่นัก รอบๆกรงเป็นเหมือนที่ที่อับๆชื้นๆ มีแค่แสงสลัวๆเท่านั้นที่ลอดเข้ามาได้

ชายสี่ห้าคนเดินอยู่รอบๆกรง แต่ละคนแต่งตัวสกปรก หน้าตาน่ากลัว พวกเขาคุยกันอยู่ด้วยภาษาที่ผมไม่เข้าใจ

“คุณจับผมมาทำไม ปล่อยผมนะ!!” ผมตะโกนถาม แต่ดูเหมือนจะไม่ได้อยู่ในความสนใจของคนเหล่านั้นเลย

“เขาจับพวกเรามาทำไมน่ะพี่ แล้วเขาจะทำอะไรกับเรา” น้องสาวที่อยู่ใกล้ๆผมถามขึ้น ผมได้แต่ส่ายหัวช้าๆแทนคำตอบ ทันใดนั้นผมรู้สึกได้ถึงกลิ่นที่เหม็นปนคาวที่เข้ามาในจมูก ผมพยายามมองหาต้นตอของกลิ่น ในที่สุดผมก็เจอ เป็นกองซากศพที่ถูกกองรวมๆกันไว้ กองเลือดและน้ำอื่นๆนองเฉอะแฉะอยู่รอบๆ

พวกเราต่างมองหน้ากันด้วยความสับสนและไม่รู้ถึงชะตากรรมของตัวเอง แต่ผมยังไม่ทันได้คิดอะไรต่อ ก็รู้สึกเหมือนมีใครมาจับที่คอผม พร้อมกับกระชากผมออกจากกรงอย่างแรง ชายคนหนึ่งในสี่ห้าคนนั้นใช้มือของเขาจับคอผมไว้และลากให้ตามเขาไป

เขาลากผมไปได้ไม่นาน จากนั้นเขาใช้โซ่ล่ามขาผมไว้ แล้วจับผมแขวนในลักษณะห้อยหัวลง ผมดิ้นอย่างสุดแรงเพื่อให้พ้นจากพันธนาการ แต่ก็ไร้ประโยชน์ โซ่เส้นนั้นยังตรึงขาผมไว้แน่น ผมถูกแขวนอยู่อย่างนั้นได้สักพัก ชายคนเดิมก็เดินกลับมา พร้อมกับมีดเล่มหนึ่งในมือ ตาของผมเบิกโพลงด้วยความกลัว

“ปล่อยผมเดี๋ยวนี้นะ!! คุณจะทำอะไรกับผม!!” อีกเช่นเคยที่เขาไม่ได้สนใจกับคำพูดของผมเลย เขาใช้มีดเสียบมาที่หว่างขาผม แล้วลากยาวมาถึงช่วงท้อง เลือดผมไหลออกตามรอยแผลที่เปิดออก ผมดิ้นด้วยความเจ็บปวดพร้อมกับกรีดร้องแบบฟังไม่ได้ศัพท์ ชายคนเดิมใช้มีดกรีดเพิ่มจากหว่างขาผมถึงปลายเท้าผมทั้งสองข้างจึงวางมีดลง แล้วใช้มือของเขาฉีกแผลให้กว้างออก

เลือดไหลลงมาจนอาบที่หน้าผมในขณะที่เขาฉีกหนังของผมจากหน้าท้องออกไปจนสุดปลายเท้าผมทั้งสองข้างแล้ว

“คุณมาทำผมทำไม!! ผมเคยไปทำอะไรคุณไว้เหรอ!!” ผมกรีดร้องด้วยความเจ็บปวด แต่ก็ไม่ได้รับความสนใจจากเขาเหมือนเดิม เขาปล่อยหนังของผมที่ดึงออกมาจนถึงปลายเท้า ให้ห้อยอยู่แถวๆหน้าท้องของผม จากนั้นเขาเริ่มถลกหนังผมต่อจากหน้าท้องมาทางหัว เลือดไหลเข้าตาผมจนโลกกลายเป็นสีแดงไปหมด ในขณะที่ผมเริ่มหมดแรงจะดิ้นหนี ความเจ็บปวดทั้งหมดเริ่มเปลี่ยนเป็นความชา

“ฆ่าผมซะ!! ฆ่าผมซะ!!!!” ผมรวบรวมแรงที่ยังเหลือทั้งหมดตะโกนออกมา แต่ชายคนนั้นยังคงไม่สนใจ จนเขาดึงหนังของผมซึ่งมีหนังหน้ากับหนังหัวของผมอยู่ออกจนหมด เขาโยนหนังของผมไว้ข้างๆ แล้วปลดโซ่ที่ขาผมพร้อมกับโยนผมเข้าไปในกองซากศพที่ผมเห็นในตอนแรก

แล้วความรู้สึกของผมก็ดับวูบลง

.
.
.
.
.
.
.
.
.
.

“นะคะ นะคะ ตัวเองซื้อให้เค้านะ”

“จ้าๆ ซื้อก็ได้ คุณก็รู้นะว่าผมมันแพ้ลูกอ้อน”

“ฮิฮิ ตัวเองใจดีอย่างนี้ เค้ารักตัวเองที่สุดเลยแหละ งั้นเค้าเอาไปจ่ายเลยนะ”

“จ้า แหม คุณนี่เห็นเสื้อขนสัตว์เป็นไม่ได้เลยนะ ต้องอ้อนให้ผมซื้อให้ตลอดเลย”

แสดงความเห็นได้ที่นี่ครับ

About Wichy

โปรแกรมเมอร์แก่ๆที่ทั้งรักทั้งเกลียดการเขียนโปรแกรม บ่นว่าเบื่อแค่ไหน แต่พอไม่ได้เขียนก็รู้สึกอะไรมันหายไป บ้าเกม คิดว่าจะเล่นไปจนวันตาย ใครจะว่าไม่สมอายุก็ช่างเนอะ อ้อ กำลังเริ่มวิถี Minimalist ทีละน้อย

View all posts by Wichy →