เธอจะอยู่กับผมตลอดไป

แสงแดดในตอนเช้าส่องเข้าหน้าผมผ่านทางหน้าต่างที่หัวเตียง ผมค่อยๆลืมตาตื่นขึ้นมาอย่างเชื่องช้า หันไปมองที่ร่างที่นอนอยู่ข้างๆผม มือของเรายังกุมกันไว้อยู่ เพียงแต่วันนี้ต่างออกไปจากวันอื่นๆ ตรงนี้เจ้าของร่างนั้นตื่นก่อนผม รอยยิ้มน้อยๆถูกส่งมาให้ผม ผมยิ้มตอบกลับไปด้วยความรู้สึกที่อบอุ่น

 

 

ผมนึกถึงเรื่องราวของเราเมื่อครึ่งปีก่อนตอนที่เรายังอยู่ด้วยกัน เพราะความว่าง ทำให้ผมนึกย้อนไปในช่วงเวลาที่เก่ากว่านั้น

“สวัสดีค่ะ ชื่อหวานค่ะ” นี่เป็นประโยคแรกที่ของเธอที่ผมได้ยินตอนที่มีการแนะนำตัวนักศึกษาฝึกงานในแผนกของผม หลังจากที่ผมหันไปมองเจ้าของเสียงแล้ว คำพูดและกิจกรรมที่เหลือทั้งหมดของการแนะนำตัวนักศึกษาฝึกงานคนอื่นๆไม่อยู่ในความสนใจของผมอีกเลย

เหมือนจะเป็นโชคของผมด้วย ที่หัวหน้าให้ผมมาเป็นพี่เลี้ยงของเธอ ตลอดเวลาสามเดือนที่เธอมาฝึกงานในบริษัทผม เราคุยกันเยอะมาก ถึงแม้ส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องเกี่ยวกับงานก็ตาม แต่พอในเวลาว่าง เรามักจะมีเรื่องหยอกล้อ หรือแซวกันเพื่อเรียกเสียงหัวเราะของอีกฝ่ายหนึ่งเสมอ แต่ทั้งหมดก็อยู่แค่ในความสัมพันธ์ระหว่างพี่กับน้องเท่านั้น

อย่างที่เขาว่ากันว่า เวลาแห่งความสุขมักจะผ่านไปเร็วเสมอ สามเดือนของการฝึกงานผ่านพ้นไป แผนกของผมมีการเลี้ยงอำลาน้องๆในช่วงค่ำที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง ทุกคนเดินทางกันไปหมดแล้ว เหลือเพียงหวานที่กำลังเก็บข้าวของอยู่ กับผมที่แกล้งทำเป็นงานยุ่งเพื่อจะได้อยู่ด้วยกันกับหวาน ในที่สุดผมก็รวบรวมความกล้าเท่าที่มีอยู่ เดินเข้าไปหาหวานที่กำลังง่วนกับการเก็บของที่โต๊ะ ผมจับมือของหวานขึ้นมา พร้อมกับขอคบกับหวาน ตอนนั้นผมเองก็ไม่รู้หรอกว่าทำไปได้ยังไง ปกติผมไม่ใช่คนที่จะเข้าถึงเนื้อถึงตัวผู้หญิงอยู่แล้ว พอผมพูดจบ หวานก้มหน้านิ่งสักพัก ผมแอบสังเกตุเห็นที่แก้มของหวานมีสีชมพูเรื่อๆ ไม่นาน หวานเงยหน้าขึ้นมา ยิ้มให้ผมพร้อมกับตอบตกลง

หลังจากนั้น ความสัมพันธ์ของเราก็ค่อยๆพัฒนาขึ้นเหมือนกับคู่รักคู่อื่นๆทั่วไป ช่วงก่อนที่หวานจะเรียนจบ หวานเครียดกับโปรเจกท์สุดท้ายที่เธอทำมาก ผมคอยเป็นกำลังใจ คอยปลอบโยน คอยช่วยเหลือเธอจนสุดท้าย เธอก็ผ่านมันมาได้ ในวันที่หวานส่งโปรเจกท์ คืนนั้นเราไปฉลองกันเล็กๆที่ร้านอาหารริมน้ำ ตบท้ายด้วยไปดูหนังรอบดึก หวานเอียงหัวมาซบกับไหล่ผม ผมได้กลิ่นแชมพูอ่อนๆจากผมของเธอ

หวานใช้เวลาประมาณสามเดือนในการหางาน มีบริษัทข้ามชาติแห่งหนึ่งที่เธอหวังเอาไว้มากเรียกเธอเข้าไปทำข้อสอบในอีกสองอาทิตย์ข้างหน้า ผมดูหัวข้อที่จะใช้สอบ มันไม่ง่ายเอาซะเลย เวลาที่เหลืออีกสองอาทิตย์ เราจึงเหมือนกับกลายไปเป็นนักศึกษาอีกครั้ง หวานอ่านหนังสือตั้งแต่เช้าถึงค่ำ ส่วนตัวผม หลังเสร็จจากงานก็จะไปช่วยหวานอ่านเก็บตกในหอพักของเธอจนเกือบๆเที่ยงคืนทุกวัน ช่วงนั้นผมเหนื่อยมาก แต่ก็มีความสุขในเวลาเดียวกัน

การสอบผ่านไปแล้ว หวานสัมภาษณ์ในวันเดียวกับที่เธอสอบ หลังจากนั้นประมาณหนึ่งอาทิตย์ ก็มีจดหมายจากบริษัทแห่งนั้นส่งมาถึงเธอ หวานโทรศัพท์เรียกผมให้มาหาเธอที่หอ ผมใช้เวลาไม่เกินครึ่งชั่วโมงจากบ้านผมรีบมาที่หอของหวาน หวานเปิดซองจดหมายแล้วถือกระดาษที่อยู่ข้างในด้วยมือขวา ส่วนมือซ้ายกุมมือผมเอาไว้ มือของหวานเย็นเฉียบ ผมรู้สึกได้ถึงการสั่นเล็กๆที่มือของหวาน หวายพลิกกระดาษขึ้นมาอ่าน เนื้อความเขียนไว้ว่าหวานผ่านการสอบทั้งข้อเขียนและสัมภาษณ์ พร้อมกับนัดหมายเวลาที่จะเข้าไปคุยถึงเรื่องสวัสดิการและเซ็นสัญญา เราทั้งสองคนตะโกนดีใจออกมาแทบจะสุดเสียง หวานโผตัวเข้ามากอดผม เช่นเดียวกับผมที่กอดตัวเธอเอาไว้ คืนนั้น เราได้ไปฉลองกันที่ร้านอาหารที่แพงที่สุดที่เราเคยกินตั้งแต่คบกันมา จนเกือบสี่ทุ่ม ผมพาหวานมาส่งที่หอ นั่งคุยกันสักพัก ผมลุกขึ้นเพื่อเตรียมตัวจะกลับบ้าน แต่หวานจับมือผมเอาไว้ไม่ให้ผมกลับ

 

แล้วคืนนั้นเราก็เป็นของกันและกัน

 

หลังจากวันนั้น หวานก็ย้ายเข้ามาอยู่กับผม ชีวิตของเราสองคนคล้ายๆกับคู่แต่งงานใหม่อย่างไรอย่างนั้น เราทั้งสองค่อยๆเรียนรู้เรื่องของอีกฝ่ายที่ไม่เคยรู้มาก่อน ผมได้รู้ว่าหวานเป็นคนนอนขี้เซาและตื่นหลังผมเสมอ หวานเกลียดไข่เจียวแต่ชอบไข่ดาวมาก หวานใช้เวลาในห้องน้ำในแต่ละครั้งไม่เคยต่ำกว่าหนึ่งชั่วโมง เช่นเดียวกับหวานที่เรียนรู้เรื่องต่างๆของผม

ถึงแม้ที่ทำงานของหวานจะอยู่คนละทิศกับที่ทำงานของผมจนผมไปส่งเธอไม่ได้ก็ตาม แต่พอเวลาเลิกงานมาถึง เราสองคนจะรีบกลับให้เร็วที่สุดเพื่อที่จะใช้เวลาอยู่ร่วมกัน บางครั้งผมก็พาเธอไปค้างที่รีสอร์ทชายทะเล บางครั้งเราก็ไปเที่ยวภูเขา ไปขึ้นภูขึ้นดอยกัน ชีวิตของเราทั้งสองในช่วงนั้นแทบจะไม่มีคำว่าเบื่ออยู่เลย เราสัญญากันว่า ถ้าถึงวันหนึ่งที่เราสองคนจะต้องเลิกรากัน เราจะเก็บความทรงจำดีๆที่เคยมีมาเอาไว้ เราจะไม่กลายไปเป็นคนที่ไม่รู้จักกัน เราจะไม่หายไปเฉยๆโดยไม่บอกไม่กล่าว

แต่เมื่อเวลาผ่านไป ความสดใหม่ในชีวิตคู่ของผมกับหวานอาจจะเริ่มจืดจางลง เราไม่ค่อยได้ไปเที่ยวที่ไหนไกลๆเหมือนเมื่อก่อนบ่อยรัก รวมไปถึงเรื่องกระทบกระทั่งที่เริ่มจะมีมากขึ้น จากเรื่องเล็กๆน้อยๆ เราทั้งคู่สามารถขยายให้กลายเป็นเรื่องราวที่ทะเลาะกันใหญ่โตได้

ผมกับหวานทะเลาะกันรุนแรงอยู่หลายครั้ง จนในที่สุดก็ถึงจุดจบ หวานย้ายออกจากคอนโดของผมไปอยู่ที่อื่นโดยไม่มีคำบอกลา เป็นเวลาประมาณสามเดือนได้ ที่เราไม่ได้เห็นหน้าค่าตากัน ไม่ได้คุยกัน ไม่ได้ติดต่อกันเลย จนถึงเมื่อวาน หวานโทรศัพท์มาหาผม เธอบอกว่าเธอตั้งใจจะมาหาผมในวันนี้ มาเพื่อบอกลาตามคำสัญญาที่เราเคยให้กันไว้

เสียงออดที่ประตูห้องผมดังขึ้น ผมลุกขึ้นไปเปิดประตู หวานเดินเข้ามาในห้องของผมอย่างช้าๆ เราทั้งคู่นั่งลงที่ขอบเตียง ทั้งผมและหวานต่างก็เงียบจนเวลาผ่านไปสักพัก หวานถึงเริ่มพูดขึ้นมา เธอถามถึงสารทุกข์สุกดิบของผม ถามถึงความเป็นอยู่ ถามถึงเรื่องทั่วๆไปของผม ผมไม่อยากให้เธอรู้สึกไม่ดีเลยฝืนยิ้ม พลางบอกว่าผมสบายดี เราคุยกันอยู่นานจนในที่สุดหวานก็พูดถึงเรื่องของเรา เราทั้งสองคนพยายามขอโทษในการกระทำของตัวเอง ทั้งๆที่รู้ว่ามันคงกลับไปเป็นเหมือนเมื่อก่อนไม่ได้อีกแล้ว น้ำตาของเธอเริ่มไหลออกมาจากตาทั้งสองข้าง

“ลาก่อนนะคะพี่ ยังไงพี่ก็เป็นพี่ชายที่ดีที่สุดของหวานตลอดไป”

หวานพูดขึ้นพร้อมกับโผเข้ามากอดผม หน้าของเธอซบอยู่ตรงหน้าอกของผม หวานกอดผมแน่น แน่นเหมือนกับวันที่รอผลสอบเข้าทำงานของหวาน น้ำตาของผมเริ่มไหล ผมกอดหวานไว้แน่นเช่นเดียวกันจนรู้สึกถึงการเคลื่อนไหวของหน้าอกตามการหายใจ ผมเผยอตาขึ้นเล็กน้อย ตาของผมพร่าไปผมเพราะน้ำตาที่เอ่ออยู่ ผมค่อยๆเอามีดที่ผมซ่อนไว้ที่ชายเสื้อผมออกมา แล้วเสียบมันเข้าไปที่ด้านหลังของหวานจนมิดด้าม

 

 

 

แสงแดดในตอนเช้าส่องเข้าหน้าผมผ่านทางหน้าต่างที่หัวเตียง ผมค่อยๆลืมตาตื่นขึ้นมาอย่างเชื่องช้า หันไปมองที่ร่างที่นอนอยู่ข้างๆผม มือของเรายังกุมกันไว้อยู่ เพียงแต่วันนี้ต่างออกไปจากวันอื่นๆ ตรงที่เจ้าของร่างนั้นปราศจากลมหายใจ

แสดงความเห็นได้ที่นี่ครับ

About Wichy

โปรแกรมเมอร์แก่ๆที่ทั้งรักทั้งเกลียดการเขียนโปรแกรม บ่นว่าเบื่อแค่ไหน แต่พอไม่ได้เขียนก็รู้สึกอะไรมันหายไป บ้าเกม คิดว่าจะเล่นไปจนวันตาย ใครจะว่าไม่สมอายุก็ช่างเนอะ อ้อ กำลังเริ่มวิถี Minimalist ทีละน้อย

View all posts by Wichy →