“เฮ้ย! กุมาถึงกรุงเทพแล้ว คืนนี้มืงว่างป่าววะ”
เสียง เพื่อนผมดังขึ้นหลังจากผมรับโทรศัพท์ เพื่อนผมคนนี้หลังจากเรียนจบก็กลับบ้านที่ต่างจังหวัดเพื่อประกอบธุรกิจส่วน ตัวโดยไม่ได้เกี่ยวกับสายงานที่เรียนจบมา เวลามันลงมากรุงเทพ หลายๆครั้งมันชอบเรียกผมออกไปเที่ยวช่วงดึกๆตามประสาชายโสด กับชายใกล้จะไม่โสด
ผมตอบตกลงพร้อมกับอาบน้ำแต่งตัว ประมาณสี่ทุ่ม รถของเพื่อนผมก็มาจอดที่หน้าบ้านผม
“กุ ถูกโกงเงินไปสี่แสนว่ะ” เพื่อนผมพูดถึงขณะที่ผมนั่งรถไปกับมัน หลังจากนั้นเพื่อนผมก็เล่าถึงรายละเอียดเหตุการณ์ที่มันประสบมา เพื่อนผมกำลังเริ่มทำธุรกิจเกี่ยวกับเครื่องสำอาง แต่การจากที่ยังไม่มีประสบการณ์ทางด้านนี้ เพื่อนผมเลยถูกโรงงานที่จ้างผลิตหลอกเอา ไม่ว่าจะเป็นปริมาณหรือส่วนผสมของเครื่องสำอาง โดยที่บางล็อตถึงกับเสียทั้งล็อต แต่ไม่มีการรับผิดชอบจากทางโรงงาน
เพื่อน ผมคนนี้มีสัญชาตญาณของความเป็นพ่อค้ามาตั้งแต่สมัยเรียนกแล้ว พอเรียนจบก็ได้ใช้จุดเด่นของตัวเองให้เป็นประโยชน์ แต่เหมือนกับโชคชะตาเล่นตลก ทำให้เพื่อนผมประสบกับคำว่า ขาดทุน อยู่หลายครั้งหลายครา ถ้ารวมถึงครั้งนี้ก็น่าจะเป็นตัวเลขเจ็ดหลักได้แล้ว
ตอนที่เพื่อนผมเล่าของเรื่องมันให้ผมฟัง ผมสังเกตสีหน้าของมันดู กลับไม่พบาีหน้าของความวิตกกังวลอยู่ในหน้าตาของมันเลย
เกือบๆตีหนึ่ง ได้เวลากลับบ้าน เพื่อนผมขับรถมาส่งผมที่บ้าน
“กุ ไม่มีทุนเหลือแล้ว กุคงต้องไปกู้เงินมาลงทุนไปก่อน” เพื่อนผมพูดขึ้นขณะที่ขับรถมาส่งผม เพื่อนผมเล่าให้ฟังว่านี่เป้นครั้งแรกที่ถึงกับต้องกุ้มาลงทุน เงินทุนที่สะสมมาก่อนหน้านี้น่าจะหมดไปจริงๆแล้ว แต่ก็เหมือนเดิม คือขณะที่เพื่อนผมเล่าเรื่องของตัวเองให้ผมฟัง มันก็ยิ้มพร้อมกับมีการปล่อยมุขแบบติดตลกตามนิสัยของมันไปด้วย
“มืงไม่เครียดเลยเหรอวะที่เจอแบบนี้ ถ้าเป็นกุ กุคงไม่มีอารมณ์จะสนุกเฮฮาแน่ๆ” ผมถามมัน
“จะเครียดไปทำไมล่ะ ชีวิตมันก็เป็นแบบนี้ ยังไงคนเราก็ต้องเดินไปข้างหน้าต่อ” เพื่อนผมตอบ พร้อมกับเสียงหัวเราะ
ไม่นานก็ถึงบ้านผม ผมบอกลาเพื่อนผมแล้วเดินเข้าบ้าน พลางคิดถึงเรื่องของตัวเองกับของเพื่อน
ปี หน้าผมวางแผนจะแต่งงาน แต่ด้วยตำแหน่งกับเงินเดือนที่ยังรั้งท้ายอยู่ ทำให้ผมอดที่จะกังวลไม่ได้ว่า ผมจะรับภาระตรงนี้ไหวมั้ยนะ [...]